Dream team Choir in my opinion

ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนว่าเราร้องประสานเสียงจริงๆจังๆมาประมาณ8ปี ถือว่าประสบการณ์ยังน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับหลายๆคน
และเราก็ไม่ได้เก่งกาจอะไร แค่อยากจะแชร์ ความคิดเห็น ความรู้ ความรู้สึก ที่ได้เก็บเกี่ยวมาจากการเข้าไปอยู่ในวงหลายๆรูปแบบ ทั้งร้องเอง คุมคนอื่นร้อง หรือดูวงอื่นร้อง ซึ่งมันให้อะไรกับเราเยอะมาก
อย่างที่รู้ๆกันคือ คนที่บอกคนอื่นได้ แนะนำคนอื่นได้ ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นจะต้องทำได้เองเสมอไป ซึ่งตั้งแต่เกิดมา ก็พูดได้เลยว่าเรายังไม่เคยได้ร้องใน Dream team คอรัสเลยสักครั้ง ซึ่งเราจะมาอธิบายว่า การที่จะเป็นวงประสานเสียงที่ดีมากๆได้นั้น หลักๆต้องมีส่วนประกอบอะไรบ้าง

1. มีความสามารถส่วนบุคคลที่ดี

นักร้องแต่ละคนต้องมีความสามารถส่วนบุคคลที่ดี มีศักยภาพในการร้องเดี่ยวได้ดีเหมือนๆกัน สามารถโซโล่ได้ทุกคน
แต่ก็แยกได้ว่า ตอนนี้ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ โซโล่คือการร้องที่เป็นอิสระ ร้องแบบไหนก็ได้ แต่การประสานเสียงนั้นไม่ใช่ การร้องประสานเสียง คือความสวยงามที่เกิดจากการกระทำร่วมกัน ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง เราไม่สามารถจะร้องประสานเสียงในวิธีแบบเดียวกับที่ร้องเดี่ยวได้ จะเห็นได้บ่อยมาก ที่นักร้องเดี่ยวบางคน เมื่อร้องเดี่ยวก็ร้องได้ดีมาก แต่พอร้องคอรัสกลับร้องได้ไม่ดี สาเหตุหลักๆ มาจากอีโก้ส่วนบุคคล ซึ่งนักร้องมักจะคิดว่า ฉันร้องเดี่ยว ฉันร้องเพราะ เสียงฉันจะต้องเด่นออกมา หารู้ไม่ว่านั่นกำลังเป็นจุดอ่อนของวงอยู่

2. รู้จักหน้าที่ของตัวเอง

ทุกคนต้องรู้ว่าตัวเองกำลังทำหน้าที่อะไรอยู่ คือ เป็นเสียงประสาน หรือเป็นทำนองหลัก เสียงประสานทุกไลน์ต้องพยายามร้องในความดังเท่าๆกัน แต่ถ้าในกรณีที่โน้ตกำหนดไดนามิกของแต่ละพาร์ทไม่เหมือนกัน อย่างน้องคนในพาร์ททุกคนต้องรักษาระดับความดังที่เท่ากัน ไม่มีเสียงใครเด่นออกมา ส่วนทำนองหลักก็ต้องร้องให้เด่นกว่าเสียงประสานซึ่งคนในพาร์ทก็ต้องร้องให้กลมกลืนกัน นอกจากว่าจะเป็นโซโล่เดี่ยว

การที่จะร้องให้มีความดังเท่ากันได้นั้น แต่ละคนต้องรู้จักเสียงตัวเองอย่างดี รู้ว่าปกติแล้วเราเป็นคนร้องดังประมาณไหน สร้างเลเวลของความดังสำหรับตัวเองไว้ในใจ เช่นเบาที่สุดคือ 1(pppp) ดังที่สุดคือ 10(ffff)
เมื่อรู้จักตัวเองแล้ว ก็ถึงตอนที่เราต้องรู้จักเพื่อนร่วมวง เพราะคนเราเกิดมามีโครงสร้างทางร่างกายไม่เหมือนกัน บางคนร้องดังที่สุดของเขาในเลเวล 10 อาจจะเทียบได้เพียงเลเวล 7 ของอีกคน ฉะนั้น เมื่อคอนดักเตอร์บอกให้ร้องดัง(แต่ไม่ที่สุด) คนแรกอาจจะร้องในระดับ9 ของตัวเอง ส่วนคนที่สองต้องพยายามร้องให้ได้ประมาณระดับ 6-7 จะได้ไม่ดังกลบเสียงของคนอื่น

3. มีเสียงในอุดมคติ

นอกจากความดังที่เท่ากันแล้ว ลักษณะของเสียงยังต้องเหมือนกันอีกด้วย (จะไม่พูดถึงเทคนิกการร้องเพลงใดๆในนี้เพราะตัวเองก็ไม่ได้เชี่ยวชาญ) บางคนบอกว่าการร้องให้รูปปากเหมือนกัน จะทำให้ซาวด์ออกมาเหมือนกัน ซึ่งก็เป็นวิธีนึงที่พอจะได้ผล แต่ก็ไม่เสมอไปเพราะโครงสร้างทางกายภาพของแต่ละคนต่างกัน บางคนเสียงหนาบางคนเสียงบาง เทคนิกวิธีที่ร่ำเรียนมาก็ต่างกัน ทำปากเหมือนกัน แต่เสียงอาจจะออกมาต่างกันก็ได้ วิธีที่ดีที่สุดคือ ต้องมีเสียงหนึ่งเป็นเสียงในอุดมคติก่อน แล้วลูกพาร์ทแต่ละคนก็พยายามร้องออกมาจนได้เสียงแบบนั้น จะทำวิธีใดเทคนิกไหนก็ได้ ขอให้ออกเสียงมาเหมือนกันเป็นใช้ได้

วงที่ร้องเพราะนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเสียงกลม หรือแบน เสมอไป ขึ้นอยู่กับแนวเพลงนั้นๆด้วย แต่ที่สำคัญคือ ถ้ากลม ทุกคนต้องกลมเหมือนกันหมด ถ้าแบนก็ต้องแบนเหมือนกันหมด

4. ร้องโน้ตได้อย่างแม่นยำ

แต่ละคนต้องร้องไม่เพี้ยน อันนี้สำคัญมากๆ เราเคยเห็นคนที่ร้องคอรัสเก่งๆบางคนอ่านโน้ตไม่ได้เลย อาศัยฟังจากมิดี้เอา จนจำได้แม่นยำ และร้องได้ดีโดยไม่เพี้ยนเลย (เพราะฉะนั้นการอ่านโน้ตก็ไม่ใช่เรื่องที่สำคัญที่สุดแบบที่หลายๆคนกลัวกัน มันค่อยๆฝึกฝนกันได้) ต่างจากอีกคนที่อ่านโน้ตออก และมั่นใจในตัวเองสูง เมื่อถึงเวลาที่ตัวเองร้องผิดเพี้ยนไป สมมติว่าเพียงโน้ตเดียว เขาก็ไม่รู้ตัว เพราะมั่นใจว่าร้องถูกแล้ว อันนี้แก้ไขยาก
การร้องเพี้ยนแต่รู้ตัวว่าตัวเองเพี้ยนนั้นไม่น่ากลัวเท่า เพี้ยนแล้วร้องไปจนจบโดยไม่รู้ตัวเลย คุณกำลังทำร้ายวงอย่างรุนแรง

5. มีอารมณ์เพลงร่วมกัน

มีการตีความบทเพลงที่จะร้องด้วยกันก่อนเสมอ ไม่ใช่แค่ในภาพรวม แต่มันคือทุกประโยคที่เราจะสื่อออกมาร่วมกัน ทุกคนต้องสื่อไปในทิศทางเดียวกัน เช่นหวานก็หวานเศร้าก็เศร้า ไม่ใช่บางคนหวานบางคนเศร้า
ยกตัวอย่างวงๆนึงที่เราได้มีโอกาสไปสอนมา ตอนแรกๆ ทุกคนร้องแบบ สักแต่ว่าร้อง ไม่มีอารมณ์ใดๆทั้งสิ้น ทั้งๆที่ร้องก็ไม่เพี้ยน ซาวด์ก็ไม่ได้แย่ แต่มันกลับไม่เพราะเลย จนตอนหลังให้มานั่งดูเนื้อเพลงด้วยกัน แล้วให้สมาชิกแต่ละคนอธิบายถึงความรู้สึกในท่อนนั้นๆว่าควรร้องยังไง หลังจากนั้นพอเข้าใจตรงกัน ก็ร้องออกมาได้ดีขึ้น แถมมีอารมณ์ร่วมและสนุกกับการร้องมากขึ้นอีกด้วย

6. มีวินัยในการซ้อม และรักษาเวลา

ยิ่งฝึกฝนมากเรายิ่งมีความแม่นยำมาก และสามารถจะร้องได้อย่างมีมาตรฐานมากขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถรักษามาตรฐานได้ในทุกครั้งที่ร้องโดยแทบจะออกมาเป็นอัตโนมัติโดยไม่ต้องคิด เพราะได้ฝึกซ้อมอย่างดีจนเคยชินแล้วนั้นเอง
อีกเรื่องคือ เวลา สมาชิกทุกคนควรมาให้พร้อมกัน อย่าคิดว่าฉันร้องได้แล้ว จะมาสายนิดสายหน่อยก็ไม่เดือดร้อน คิดแบบนั้นผิดมาก ถ้าหลายๆคนคิดแบบนี้ การซ้อมก็จะไม่มีประสิทธิภาพ เพราะคนไม่ครบ จึงไม่เห็นภาพตามจริงว่าควรร้องดังประมาณไหนกันแน่ การซ้อมทุกครั้งย่อมได้ประโยชน์ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ อาจมีการปรับอะไรใหม่ๆ ที่ถ้าเราไม่อยู่เราก็อาจจะพลาด หรือทั้งวงต้องมาเสียเวลาคอยเรา เพื่ออธิบายให้เราฟังใหม่อีกรอบ

7. เป็นน้ำหนึ่งในเดียวกัน

ข้อนี้สำคัญมาก สมาชิกทุกคนต้องไว้วางใจในตัวกันและกัน ปล่อยให้เขาทำหน้าที่ของเขา เราก็ทำหน้าที่ของเราไปให้ดีที่สุด
จากการอยู่ที่วงประสานเสียงมาพบว่า ปัญหาใหญ่ แต่เรามักจะมองข้ามและแก้ไขได้ยากที่สุด ไม่ได้เกี่ยวกับการร้องเลย
แต่คือใจของสมาชิกมากกว่า ถ้าวันนึงมีคนทะเลาะกัน แม้เพียง2คน แต่มันจะส่งผลต่อคนหมู่มากเต็มๆ ยิ่งถ้าสมาชิกไม่ไว้วางใจในตัวคอนดักเตอร์ ยิ่งเป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งไม่ว่าเก่งแค่ไหน ก็จะไม่มีวันร้องออกมาได้ดีแน่นอน

8. รู้จักขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติม

อย่าคิดว่าวงตัวเองเก่งแล้วดีแล้ว หมั่นไปดูการแสดง เวิร์คช็อป หรือคอนเสิร์ตของวงอื่นๆอยู่เสมอ และนำสิ่งดีมาปรับปรุงแก้ไขในวงของตัวเอง ยิ่งฟังมากยิ่งมีประสบการณ์ในการฟังมาก สามารถแยกแยะได้ว่าแบบไหนดีหรือไม่ดีอย่างไร นำไปสู่การพัฒนาที่ดียิ่งๆขึ้นไป

เกี่ยวกับ pinvoice

Your voice is a beautiful rainbow
ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s